Loading...

#ลุงวัย 90 ไม่ยอมตาย! พยายาม "เพิ่มน้ำหนัก" ตนเอง เพื่อให้ตรงตามเกณฑ์การรับบริจาคร่างกาย!!!



ปัจจุบันคนเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ร่างกายของตนเองจะเกิดประโยชน์และมีคุณค่ามากขึ้น หลังจากที่ตายไปแล้ว ทำให้หลายคนได้เซ็นหนังสืออุทิศบริจาคร่างกายให้กับโรงพยาบาล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีคุณปู่วัย 90 ปีคนหนึ่งแซ่ไฉ้ ได้บอกให้ลูกสาวค้นหาหนังสือเซ็นยินยอม "บริจาคร่างกายและอวัยวะ" ให้ทางโรงพยาบาล เมื่อ 17 ปีก่อน (ปีค.ศ. 2000) ซึ่งกว่าลูกชายจะยอมเซ็นยินยอมในตอนนั้นก็นานมาก เพราะไม่เห็นด้วยที่พ่อจะบริจาคร่างกายให้กับทางโรงพยาบาล จึงไม่ยอมเซ็นให้ในตอนแรกๆ หลังจากที่คุณปู่ไฉ้และภรรยามีความตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้ว และบอกสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพื่อว่า ร่างกายจะมีประโยชน์ในการช่วยเหลือคนอื่นๆ สุดท้ายลูกชายจึงยอมเซ็นยินยอม

เมื่อ 2 ปีก่อน คุณหมอตรวจพบว่าคุณปู่ไฉ้มี "เนื้องอกร้าย" เพราะอายุที่มากแล้วบวกกับสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรง ทำให้อาการป่วยทรุดโทรมและหนักขึ้น คุณปู่ไฉ้รู้ว่าตนเองมีเวลาไม่มากแล้ว จึงบอกให้ลูกสาวไปค้นหาหนังสือบริจาคอวัยวะที่เคยเซ็นและบัตรบริจาคอวัยวะออกมา เพื่อมาดูว่ากฏเกณฑ์ในการรับบริจาคมีอะไรบ้าง? โดยด้านหลังของบัตรเขียนไว้ว่าหากต้องหารบริจาคร่างกายโดยทั่วไปจำเป็นต้องมีน้ำหนักและเงื่อนไขอื่น ๆดังนี้ แต่เพราะว่าคุณปู่ไฉ้ให้อาหารทางสายยางติดจมูกทำให้ ไม่ค่อยอยากกินอาหาร จึงมีร่างกายที่ผอมลงมาก เพื่อทำให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการบริจาคร่างกาย คุณปู่ไฉ้จึงพยายามให้ใส่อาหารทางสายยางมากขึ้น เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับตนเอง



ภรรยาคุณปู่ไฉ้ ได้พูดอยู่ข้างเตียงกับคุณปู่ไฉ้ว่า "รู้ไหม ชีวิตมนุษย์ในตอนนี้ที่มีค่ามากที่สุด!" พร้อมทั้งปลอบโยนคุณปู่ว่า "ดูซิ ลูกๆของเขากตัญญูมาก ดังนั้นไม่ต้องกังวลอะไรเลย วางใจแล้วไปเป็นอาจารย์ใหญ่เถอะนะ" เธอบอกว่า เคารพและสนับสนุนการตัดสินใจของสามีที่จะเป็นอาจารย์อย่างเต็มที่ และยังรู้สึกภาคภูมิใจแทนสามีจริงๆ



พฤติกรรมของคุณปู่ไฉ้ที่อดทนยอมให้ใส่อาหารเข้าทางสายยางมากขึ้นเพื่อที่จะให้ตนเองสามารถผ่านเกณฑ์ที่จะบริจาคร่างกายได้ ทางมูลนิธิของทางโรงพยาบาลรู้สึกซาบซื้งใจมาก ทำให้ทางโรงพยาบาลรวมถึงพยาบาลต่างพากันมาถ่ายรูปกับคุณปู่ไฉ้ไว้เพื่อเป็นที่ระลึก คุณปู่ไฉ้ยังยิ้มแย้ม



เห็นความพยายามของคุณปู่ท่านนี้แล้วรู้สึกซาบซื้งใจแทนสังคมจริงๆที่ยังมีคนแบบนี้อยู่ พยายามช่วยสังคมจนถึงที่สุดของชีวิต เรื่องราวของคุณปู่ท่านนี้เป็นกำลังใจที่ดีให้ใครอีกหลายๆคนที่ยังมีชีิวิตอยู่ ขอยกนิ้วให้เลย เยี่ยมมากจริงๆ

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR