Loading...

#“สาวใส่ชุดสีแดง” วิ่งตีคู่พี่ตูนคือใคร? พอได้ยินเสียงคุยกัน น้ำตาไหลสุดยอดแรงบันดาลใจ!!!



เรียกได้ว่าเป็นภาพที่หาชมได้ไม่ได้บ่อยกับสาวมุสลิมใส่ชุดสีแดงวิ่งตีคู่มากับพี่ตูน บอดี้สแลม ที่ทำการวิ่งที่่จังหวัดสงขลา โดยหลายคนในโซเซียลอาจจะสงสัยกันว่าสาวชุดแดงคนนี้เป็นใครถึงได้ดูสนิทสนมกับพี่ตูน แต่พอได้ยินบทสนทนาทั้งสองคุยกันในขณะวิ่งไปนั้นทำเอาหลายแทบปลื้มใจโดยสาวคนนี้ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพี่ตูน บอดี้สแลม เป็นแบบอย่างของคนดีในสังคมทำเพื่อสังคม ซึ่งการวิ่งวันนี้เธอเองก็เตรียมพร้อมและทำสมาธิมาอย่างดีจึงวิ่งได้แบบนี้ นับว่าเป็นภาพที่หนึ่งที่แทนความหมายหลายความหมายของพี่น้องในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถ่ายทอดออกมาจากการวิ่ง แสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพี่น้องชายแดนใต้ที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าไปเพราะกลัวเรื่องการก่อการร้าย แต่ภาพที่เห็นในวันนี้กับสาวมุสลิมวิ่งมาอย่างแข็งแกร่งและเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มทำให้รู้สึกน้ำตาไหลอย่างบอกไม่ถูก

ซึ่งพี่ตูน ก็คุยกันไปวิ่งกันไปอย่างมีพลัง เห็นถึงความหวังในการช่วยประเทศด้วยกันไม่มีใครทอดทิ้งใครเป็นความหมายของภาพและการวิ่งที่หลายคนสัมผัสได้

“คำสัญญาลูกผู้ชาย” ที่หน้าโรงพยาบาลธารโต ผู้ป่วยรายหนึ่งทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลว่า

พี่ตูนและคณะกำลังจะวิ่งผ่านหน้าโรงพยาบาลธารโต ในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แม้ในขนาดนั้นเขากำลังนอนพักรักษาตัวจากอาการป่วยโดยโรคมาลาเลียก็ตาม แต่ในวินาทีนั้นเขาขออนุญาตคุณหมอเพื่อออกมาเฝ้ารอ เพื่อได้เจอพี่ตูนซักครั้งในชีวิต เพื่อขอบคุณในสิ่งที่พี่ตูนได้ลงมือทำเพื่อนและพยาบาลช่วยกันเข็นรถวีลแชร์ขึ้นมาเฝ้ารออยู่ริมทางหน้าโรงพยาบาลถึงแดดจะร้อน และเหงื่อก็ไหลออกมาทั่วใบหน้า…แต่เขาก็ไม่มีสีหน้าถอดใจตรงกันข้าม ยิ่งเขาเห็นขบวนวิ่งอยู่ไม่ไกลสายตาจับจ้องมองหาผู้ชายที่ชื่อ ตูน อย่างไม่กระพริบตา



ผมเฝ้ารอดูถึงภาพตรงหน้า….ในเวลานั้นคนมาเฝ้ารอเป็นจำนวนมากที่หน้าโรงพยาบาล พี่ตู่วิ่งผ่านด้านหลังของคนป่วยเข้าไปในฝูงชนไปไกลเกือบ 10 เมตรดูเหมือนความฝันจะพังทลาย..พี่ตูนวิ่งผ่านไป…และไม่อาจจะรู้เลยว่า โอกาสที่จะได้ให้กำลังใจกันแบบนี้จะมีอีกไหม…เขานั่งนิ่ง มองไปที่หัวขบวนผมไม่รู้ว่า ในความคิดเขารู้สึกอย่างไรแต่ถ้าเป็นผม นอกจากความเข้าใจ อาจจะแอบเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสพบเจอ แล้วรีบเข็นวีลแชร์ได้ หลบแดด นอนพักรักษาตัวเสียงตะโกนจากทีมงาน…”พี่ตูนวิ่งกลับมาข้างหลังครับ แจ้งว่าวิ่งไปหาคนป่วยที่นั่งวีลแชร์ครับ” คนป่วยทั้งให้กำลังใจและขอบคุณที่กลับมา เวลาตอนนั้นดูเหมือนจะหยุดลง ทั้งโผล่ใส่เข้าหากันเพื่อเติมพลังให้กันและกัน”เสียดายครับ ผมซ้อมวิ่งมาหลายวัน ดันมาป่วยเป็นโรคมาลาเรีย เลยอดวิ่งกับพี่เลย ” คนป่วยบอกกับพี่ตูน “ไม่เป็นไร เราเป็นกำลังใจให้กันและกัน…ขอให้หายไวไว แล้วออกมาร่วมกันนะครับ ผมจะรอ” พี่ตูนพูดเสร็จพร้อมกับยื่นแขนไปข้างหน้าเพื่อขอจับมือมิตรสหายริมทางท่านนีก่อนจากกันทั้งคู่กำมือกันแน่นขนัด แม้ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้




แต่สายตาทั้งสองกำลังสื่อสารภาษาเดียวกันแม้จะเป็นเพียงไม่กี่วินาที และไม่ได้ก้าวเท้าไปด้วยกันบนถนน

แต่ผมว่าคนสองคนจะไม่มีทางลืมช่วงเวลาดีดีที่เจอกันเรื่องและภาพโดย ภาคภูมิ ประทุมเจริญ

ช่องทางในการบริจาค

1. บัญชีรับบริจาค : ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

สาขารัชโยธิน ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ (โครงการก้าวคนละก้าว)

เลขที่บัญชี 111-393- 5263 ประเภทบัญชีกระแสรายวัน

2. SMS : บริจาคครั้งละ 10 บาท* โดยพิมพ์ T แล้วกดส่งมาที่ 4545099(ทุกเครือข่าย )

หมายเหตุ : ทุกยอดเงินบริจาคไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงิน

3. พร้อมเพย์ : โอนเงินผ่านพร้อมเพย์ ไปที่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 0994000005261

4. SCB EASY APP: สามารถบริจาคผ่านเมนู “บริจาค” ใน SCB EASY APP

และเลือก โครงการวิ่งการกุศล “ก้าวคนละก้าว” เพื่อ 11โรงพยาบาลทั่วประเทศ

5. SCB EASY NET: ผู้ที่สมัครใช้บริการ SCB EASY NET สามารถบริจาคด้วยการโอนเงินผ่านเว็บไซต์ www.scbeasy.com

6. SCB ATM : บริจาคผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

เลือกรายการ แล้วกด ถอนจากบัตร UP2ME / บริจาค แล้วกดบริจาคโครงการวิ่งการกุศล “ก้าวคนละก้าว”

7. เคาเตอร์เซอร์วิสของ 7-11 ทุกสาขา

ขอมูลจาก : Kratisod, thaijobsgov