Loading...

#เปิดบ้าน อดีตดาวร้าย “กิตติ ดัสกร” ป่วยเป็นอัมพฤกษ์!!!



กราบสวัสดีแฟนข่าวชาวอัพยิ้มทุกๆท่านค่ะ วันนี้หมูบินขอนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับ อดีตดาราดาวร้าย กิตติ ดัสกรขณะนี้นั้นได้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ เดินไม่ได้ อีกทั้งยังได้ใส่แพมเพิสอยู่ตลอดเวลา เหตุเนื่องจากก่อนหน้านี้นั้นคุณกิตติ อดีตดาวร้าย เคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ รถเสียหลักพุ่งชนตกคลอง อีกทั้งคุณกิตตินั้นเป็นโรคเบาหวาน อาการป่วยเลยยิ่งทรุดหนัก เพราะโรคเบาหวานเป็นโรคที่มีโรคอื่นแฝงมาด้วย เช่นโรคความดัน จนทำให้อาการของเค้าช่วงนี้ทรุดหนักมายิ่งขึ้น โดยทางคุณไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ได้เข้าช่วยเหลือแล้ว ล่าสุดนั้นคุณไทด์ได้เข้าไปที่บ้านของคุณดัสกร โดยสิ่งที่เค้าพบนั้นคือ สภาพบ้านของคุณดัสกรนั้นรกมาก ขยะและเสื้อผ้าเกลื่อนเต็มบ้าน อีกทั้งพบคุณกิตติในสภาพที่ร่างกายไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ใส่แค่แพมเพิส โดยทางทีมงานของคุณไทด์นั้นได้อัดคลิปวีดีโอสภาพบ้านของคุณดัสกรเก็บไว้ และสิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ ภายในตู้เย็นในบ้านของคุณดัสกรนั้น สกปรกมาก อีกทั้งยังมีหนอนไต่ยั้วเยี้ยอีกด้วย ว่าแล้วเราไปดูคลิปนั้นพร้อมๆกันเลยค่ะ

น่าสงสารเป็นที่สุด อดีตดาวร้าย กิตติ ดัสกร



ซึ่งตอนนี้ มีอดีตภรรยาของคุณกิตติ ดัสกร ดูแลอยู่



เมื่อวันที่ 5 พ.ย.60 ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หัวหน้าอาสาสมัคร”มูลนิธิร่วมกตัญญ” ได้นำกำลังอาสาสมัครพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด เดินทางไปให้การช่วยเหลือ หลังจากได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ นาย กิตติ กลิ่นเกลี้ยง อดีตดาวร้ายน้องชายดามดัสกร ที่ป่วยเป็นอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อาศัยอยู่ตามลำพัง ทั้งนี้ พบว่า สภาพบ้านเต็มไปด้วยขยะส่งกลิ่นเน่าเหม็น เมื่อเปิดตู้เย็นพบว่ามีกล่องคล้ายน้ำพริกและมีแต่หนอนไต่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมดทั้งตู้เย็น และพบว่า นายกิตติ อยู่ในสภาพไม่ใส่เสื้อผ้าอยู่บนที่นอนเก่า

โดย ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดเผยว่า ความจริงแล้ว พี่ปื๊ด ป่วยมาได้ประมาณเดือนนิดๆ ไปหาหมอแล้ว กลับมาอยู่ที่บ้าน แต่ไม่มีใครดูแล ซึ่งภายในบ้านอยู่ด้วยกัน 5 ชีวิต คือ พี่ปื๊ด ผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นหลาน เด็กอายุ 10 ขวบ 4 ขวบ และ 2 ขวบ โดยพบว่า สภาพบ้านไม่ควรมีใครอยู่ได้ ในบ้านมีเสื้อผ้าหมกไว้ไม่เคยซัก อาหารที่กินไว้ถูกที่ตามที่ต่างๆ ของบ้านไม่เคยล้าง ที่นอนเต็มไปด้วยอึ ฉี่ และ ห้องน้ำเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล จากการลงพื้นที่ในวันนี้ ได้พาอาสา ไปช่วยกันกำจัดสิ่งเน่าเหม็นในบ้าน พร้อมกันนี้ยังพบว่า เด็กอายุ 2 ขวบ อยู่ในสภาพมีแผลลึกที่ขา จึงพาส่งโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ เย็บ 9 เข็ม และยังไม่ให้กลับบ้านเพราะเกรงว่าเด็กจะติดเชื้อ ทั้งนี้ จะมีการประสานให้เทศบาลไทรน้อย เข้ามาดูแลและจัดการเรื่องสุขาภิบาลภายในบ้าน รวมทั้งดูแลเรื่องเงินที่มีการบริจาคเข้ามาต่อไป

คุณไทด์เปิดดูตู้เย็น



และนี่คือสภาพตู้เย็น



อาหารในตู้หนอนขึ้นเพรียบ



สกปรกมากๆ



สภาพภายในบ้าน



ค่อนข้างที่จะรกรุงรัง



ขยะเกลื่อนเลย



โอ้โห



สภาพเหมือนไม่มีใครทำความสะอาด



คิตตี้ อดีตภรรยาของ กิตติ ดัสกร



ย้อนดูโพสต์ข้อความของคิตตี้ อดีตภรรยาของ กิตติ ดัสกร
ขอบคุณพี่จุกค่ะทีช่วยเหลือป๊ะป๋าพี่เป็นพี่ชายที่น่ารัก เสมอ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพเพื่อนเพื่อนชาวเฟสบุ๊คที่ช่วยสมทบทุนช่วยเหลือ หนูตื้นตันใจมากมากค่ะ ขอบคุณจากใจค่ะที่ใจดีกับคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก แกไม่สามารถเดินได้ กินข้าวต้องป้อน อยู่ตลอด ต้องกินเฉพาะข้าวต้ม ต้องใสแพมเพิส เบาหวานความดัน เส้นสมองจะแตก ขามีแผล แขนขาเริ่มผอมลงแล้ว จะเป็นอัมพฤกษ์ ลุกไม่ได้หัวจะฟาดพื้น ต้องพยุงเท่านั้น รักษาสามสิบบาทก็จริงค่ะ แต่มีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นมีค่ะ เพราะไม่มีใครช่วยเลยญาติพี่ทิ้งหมด พี่น้องทิ้งหมด ความกดดันหนูมีค่ะ เพราะต้องทำงานห่วงหน้าพะวงหลัง ใจเป็นทุกนะ ไม่เคยคิดทิ้งขว้าง ต้องหาเงิน มีความจำเป็น หาเงินมาซื้อข้าวให้คนป่วยกินทุกวัน ต้องออกจากงานบริษัท เพราะตั้งแต่ไป ส่ง รพ จนออกจาก รพ หนูเป็นคนดูแลอยู่คนเดียวค่ะ หนูจำเป็นออกออกมาโพสต์ค่ะ หนูไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะช่วยเหลือ ไม่มีที่พึ่งค่ะ รายได้น้อย ทำงานอยู่คนเดียว มีบางคนว่าหนูเห็นแก่ตัว ทับ ไอ้งั้งหนังเจ้า กะหังป่า พูดจาหมิ่นประมาทคนอื่น ผมไม่คุยกะคุณน่ะ จะทำงานทำไม เลว คนป่วยไม่ดู คนอย่างคุณไม่มีคนครบหรอก หยุดทำงานซะ หนูถามแล้วหนูจะเอาเงินที่ไหนใช้ อัดเสียงทับไว้จะให้ลุงหรั่งฟัง มันด่าหนู เหี้ย เลว จังไร ไม่มีเงินก็เป็นปัญหาของคุณ ทำไมไม่ดูแลคนป่วย เห็นแก่ตัวมาก เอาเวลามาขายของ ว่าหนูคนอย่างคุณไม่มีคนครบหรอก แต่หนูไม่ได้ทิ้ง หนูจำเป็นต้องหาเงิน แล้วด่าหนูถูกต้องแล้วเหรอ ยังมีอีกเยอะที่ด่า คงคิดว่าหนูจะเป็นแบบแก เพราะแกแบกเมียไปทุกที แล้วได้รับบริจากเงินนับแสน แล้วซื้อรถขับราคาหลายแสน มีคนช่วยสมทบทุนก็จริง ค่ะ แต่ไม่มากหลักพัน ดูหลักฐานได้ค่ะ หนูไปเสียค่าน้ำไฟหมดแล้วค่ะเพราะไฟถูกตัด หนูก็ต้องดิ้นรนทำงานต่อ จะให้แต่สังคมช่วยเหลือเสอมไปเป็นไปไม่ได้ค่ะ ทุกคนต้องทำงาน ญาติไม่มีใครช่วยเลย พี่ทับโทรทั้งวันเหมือนคนเป็นโรคประสาท คนทำงานจะให้รับสายจ้องหน้า มือถือ อุส่าบอกว่า แกนอนซมพูดไม่ค่อยได้ พี่ทับก็ยังมาด่าคนอื่น ให้เลิกทำงาน จะทำทำไม ไม่มีเงินก็เป็น ปัญหาของคุณ หัดอยู่บ้านดูแลคนป่วยบ้าง พอจะพูดกลับกลับไม่รับฟังด่าหนูอยู่ตลอด พอดีอัดเสียงไว้ ให้สังคมรับฟัง ว่าหนูไม่ทิ้ง ถ้าทิ้งจริงจริง แกจะไม่รอดถึงทุกวันนี้ รับผิดชอบอยู่คนเดียว ทำทุกอย่างคนเดียว เดือนนึงที่ป่วย เช็ดตัวเปลี่ยนแพมเพิส ให้อยู่ตลอด รีบกลับจากงานมาป้อนข้าวเสมอ ไม่ป้อนแล้วจะมีใครป้อน พี่ทับก็ไม่ได้มาป้อน แล้วมากล่าวหาหนูทอดทิ้ง ดูแลคนพิการมันลำบากนะ พี่ทับก็แบกเมียไปได้ทุกที่ซี่ แต่หนูเป็นผู้หญิงจะให้แบกผู้ชายไปขายของตลาดนัด ลำพังนั่งรถลงรถหิ้วของก็ลำบากแล้วค่ะ ขายของอยู่แถวตลาดนกฮูก นนทบุรีค่ะ ขอบคุณค่ะที่ช่วยเหลือส่งมาที่หมายเลขบันชีป่ะป๋า ธ. กรุงศรี..แกชื่อจริง กิตติ กลื่นเกลี้ยง 2301495422



ชีวิตตกอับ



ตอนที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์



โอ้โหเรียกว่าสภาพที่คุณกิตติ ดัสกร เป็นอยู่ ณ ตอนนี้ เป็นอาการที่หนักพอสมควร แต่ก็ยังดีที่ตอนนี้พี่ไทด์ เอกพันธ์ และทางทีมงานได้เข้าช่วยเหลือแล้ว หมูบินขอให้คุณกิตติสู้ๆนะคะ พร้อมทั้งเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศก็ส่งกำลังใจช่วยอีกแรงเช่นกัน

ขอบคุณที่มาจาก: https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_617292, Upyim