Loading...

หลังจากปล่อยลูกทำการบ้านลำพัง รุ่งเช้า แม่มาเรียก ไร้เสียงตอบ ก่อนพังประตู เจอลูกสาววัย 12 นอนสลบเหมือด ที่นอนแดงฉาน!!!




สำนักข่าวต่างประเทศรายที่ต่างประเทศ มีเด็กอายุ 12 ปี เรียนชั้นป.5 คนหนึ่งชื่อ เสี่ยวยวี่ (นามสมมุติ) เป็นเด็กดี น่ารัก เชื่อฟังพ่อแม่มาก แต่หลังจากที่ขึ้นเรียนชั้นป.5 เขาจะต้องทำการบ้านจนดึกดื่นถึง 5 ทุ่มทุกคืน บางวันเขียนไม่เสร็จจะต้องตื่นแต่เช้ามานั่งเขียนอีก ทำให้เขาดูเหนื่อยล้ามาก แม่ของเสี่ยวยวี่ต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาปลุกลูกสาวให้ตื่น เพื่อมาทำการบ้านที่ยังทำไม่เสร็จ

แต่เมื่อเช้าวันศุกร์ของสัปดาห์หนึ่ง เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารเช้า จึงเรียกลูกสาวเสี่ยวยวี่ตื่น แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ตอนแรกแม่คิดว่าสงสัยเมื่อคืินคงทำการบ้านจนดึก เลยนอนตื่นสาย ก็เลยไม่ได้เข้าไปรบกวนลูก อยากให้นอนมากขึ้นนิดหน่อย แต่เมื่อเรียกครั้งที่สอง ทิ้งระยะห่างไปประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาจากห้องนอนของลูก ทำให้แม่รู้สึกว่าแปลกใจมาก จึงเดินไปเคาะประตูห้องนอนของเสี่ยวยวี่ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับอีก ทำให้แม่และพ่อของเขารู้สึกตกใจมาก รีบพังประตูเข้าไป พบเตียงนอนของลูกเต็มไปด้วยเลือด ที่แท้เสี่ยวยวี่กรีดข้อมือตนเอง ภาพที่เห็นในตอนนั้นทำให้ทั้งพ่อและแม่ถึงกับช็อกมาก!!!

เมื่อดูที่โต๊ะก็เห็นจดหมายลาที่ลูกเขียนไว ข้างในมีเนื้อความว่า

"แม่คะหนูเหนื่อยมาก ทุกครั้งที่เปิดตามอง ก็เห็นการบ้านมากมายกองโต ที่ยังเขียนไม่เสร็จ ทั้งวิชาภาษาจีน, คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ คุณครูแต่ละวิชาก็มีการบ้านให้ทำเยอะมากจนเขียนไม่หมด ไม่ว่าหนูจะพยายามทำยังไงก็ไม่มีวันหมด หนูอยากจะพักผ่อนนอนหลับยาวๆ แต่ทำยังไงได้ การบ้านที่รออยู่ยังมีอีกมากมายเป็นกอง หากไม่รีบทำพรุ่งนี้ยังมีการบ้านใหม่เพิ่มมาอีก มันจะยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ คุณครูต้องด่าหนูแน่ๆ ถ้าทำไม่เสร็จยังโดนลงโทษอีก เพื่อนทุกคนก็จะหัวเราะเยาะหนู หนูอยากที่จะเป็นเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ที่มีแต่เสียงหัวเราะ สนุกสนาน วิ่งเล่นที่สนามเด็กเล่น แต่สิ่งที่หนูเห็นหลังเปิดตาคือ การบ้านกองโตที่รออยู่ หนูเหนื่อยมากคะ อยากหลับตาไปตลอดชีวิต นอนพักแบบนี้ตลอดไป ขอโทษคะพ่อแม่ หนูลาก่อนนะคะ"



หลังจากที่หมอพยายามช่วยชีวิตของเสี่ยวยวี่ สุดท้ายก็สามารถนำเธอกลับมาสู่อ้อมอกของพ่อแม่ได้ แต่เพราะร่างกายเสียเลือดไปมาก ทำให้ตอนนี้ยังอยู่ในสภาพที่่อ่อนแอและอิดโรยมาก

เป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองและคุณครูควรหันมาใส่ใจลูกให้มาก เพราะอายุวัยนี้ควรได้รับการเรียนจากตำราพร้อมกับมีเวลาแห่งความสุขด้วย วัยเด็กของทุกคนมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากชีวิตในวัยเด็กไม่มีความสุข กลับมีแต่คำทุกข์ที่ต้องจดจำ แล้วอย่างนี้จะมีค่าอะไร?

อันที่จริงกระบวนการเรียนรู้ของเด็กควรเป็นแบบสม่ำเสมอและค่อยเป็นค่อยไป แต่การให้การบ้านของครูในแต่ละวิชานั้นมีแนวโน้มจะเป็นอิสระจากกัน จึงเกิดความล้มเหลวของการร่วมมือกันให้การบ้าน (Homework Coordination Failure) นั่นหมายถึง บางวันเด็กอาจจะมีการบ้านเยอะมาก บางวันก็อาจไม่มีเลย แทนที่จะกระจายอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ การบ้านยังทำให้เด็กมีโอกาสใช้เวลาในการออกกำลังกายน้อยลง มีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวน้อยลง และนอนน้อยลงด้วย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญกับพัฒนาการของเด็กและการเป็นคนที่สมบูรณ์ของสังคมในอนาคตไม่น้อยไปกว่าการเป็นคนเรียนเก่งอีกด้วย


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก setthasat,cr:liekr