Loading...

 หนุ่มเดินดุ่ม ๆ จะกลับบ้านพัก ได้ยินเสียงกุ๊กกั๊ก ดังมาจากข้างใน รีบวิ่งไปหยิบปืนมากำไว้ พอเปิดประตูเข้าห้องเข้าไป เจอเต็ม ๆ !!!




ช่วงบ่าย ของวันที่ 26 ธันวาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งเหตุ มีการยิงกันเสียชีวิตเกิดขึ้นที่ ร้านรับซื้อของเก่าที่ตั้งอยู่ เลขที่ 103 ม.8 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้ประสานไปยังหน่วยกู้ภัย และทีมแพทย์ เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุในทันที



เมื่อไปถึง พบว่า สถานที่เกิดเหตุนั้นเป็น ร้านโกดังรับซื้อของเก่า ซึ่งนำมาดัดแปลงเป็นที่อยู่อาศัยคล้ายบ้านพัก โดยในที่เกิดเหตุได้พบกับ นายสุทธิชยุตม์ ศิริชัยศักดา อายุ 33 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน ยืนถือปืนลูกซองในมือไว้แน่น ด้วยอาการตื่นตระหนกอยู่ จึงได้ให้สงบสติอารมณ์ สักพัก และเดินเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบกับ ศพของชายไทย ยังไม่ทราบชื่อ วัยประมาณ 40 ต้น ๆ นอนตะแคงข้าง เสียชีวิตอยู่บนพื้นในห้อง จากการตรวจสอบ พบร่องรอยการถูกอาวุธปืนลูกซองยิงเข้าที่ศรีษะ กระสุดแตกออกกระจายไปทั่วทั้งศรีษะ และลำตัว หลายนัด เป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที



โดยหลังจากที่ นายสุทธิชยุตม์ สามารถให้การได้แล้ว จึงได้เล่าว่า “แต่ก่อนบ้านนี้จะเป็นที่เก็บของเก่า ที่รับซื้อมา หลังจากนั้น ก็ไม่ได้ใช้งานอีก จึงได้ดัดแปลงเป็นบ้านพัก ก่อนเกิดเหตุ ตนเองก็กำลังจะเดินกลับเข้ามาที่ห้อง และเหมือนได้ยินเสียงกุ๊กกั๊ก ๆ บางอย่างดังออกมาจากข้างใน ชัดเต็มสองหู และตนรู้ด้วยว่า ได้ล็อคห้องไว้หมด จึงคิดว่าต้องเป็นใครสักคนแอบเข้าไปขโมยของข้างในแน่ ๆ เพราะเคยมีกรณีอย่างนีเกิดขึ้นมาแล้ว จึงได้รีบวิ่งไปอีกบ้าน หนึ่งเพื่อไปหยิบปืนลูกซองเอามา เพื่อใช้ป้องกันตัวเอง”



“และพอเดินกลับมา ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป และเป็นจังหวะที่ ชายคนดังกล่าว เดินออกมาจากห้องนอนของตนเองพอดี เราต่างประจันหน้ากันเต็ม ๆ ตนเองตัดสินใจ ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า 1 นัดและตะโกนบอกให้คนร้ายนั้น หยุดอย่าขยับไปไหน แต่คนร้ายกลับไม่สนใจ คำขู่ และวิ่งหนีกลับเข้าไปในห้องนอนของตนเอง ซึ่งในห้องนอนนั้น ตนจำได้ว่าเคยซ่อนอาวุธมีดเอาไว้ป้องกันตัวเฉยกัน จึงคิดว่าคนร้ายจะเข้าไปหยิบมาสู้ ตนเดินกล้า ๆ กลัว ๆ จะตามเข้าไปในห้อง แต่จู่ ๆ คนร้ายก็วิ่งสวนออกมา ตนตกใจคิดว่าจะโดนทำร้ายแน่ จึงต้องตัดสินใจ ยิงสวนเข้าไปที่หัวทันที ติดกัน 2 นัด จนคนร้ายนอนฟุบลงกับพื้น”



ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้นำตัวไปสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง และตรวจสอบร่องรอยของบาดแผลศพ เพื่อพิสูจน์ให้แน่ชัดว่า เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่อย่างไร



ขอบคุณที่มา workpoint,showkhao