Loading...

#พี่ตูน เจออุปสรรคใหญ่ โค้งสุดท้ายก่อนถึงเชียงราย!!!




ตอนนี้เรื่องเงินบริจาคในโครงการก้าวคนละก้าว คงจะต้องมองถึงหลักพันล้านบาทแล้ว เพราะโค้งสุดท้ายยอดเงินยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่ต้องลุ้นกว่าคือ การวิ่งให้ทันกำหนด และอุปสรรคที่ “พี่ตูน” ต้องเจอ

วันนี้ (18 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นับว่าเป็นการวิ่งเข้าเส้นชัยหรือเซ็ตสุดท้ายที่เร็วที่สุดของ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” และทีมนักวิ่ง ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการก้าวคนละก้าวมา 48 วัน 7 วันสุดท้าย ตูนทำเวลาได้ดี แม้จะวิ่งขึ้นเนินลงเขา ทำให้ระยะทาง 52 กิโลเมตร เขาสามารถทำลายสถิติตัวเองวิ่งครบ 4 เซ็ต ในเวลา 13.30 น. หรือใช้เวลาวิ่งเฉลี่ยเซ็ตละ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

สาเหตุที่ทำให้วิ่งได้เร็ว ทีมกายภาพบำบัดโรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การวิ่งในสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย 17 – 18 องศาเซลเซียส ทำให้การวิ่งทำเวลาได้ ไม่เหนื่อยง่าย จึงทำให้การเร่งเก็บระยะเป็นผลดีกับทีมงาน จะได้พักเร็วขึ้นด้วย

และเนื่องจากการวิ่งผ่านช่วงชุมชนไม่แออัด รวมทั้งชาวบ้านให้ความร่วมมือ ต้อนรับอย่างเป็นระเบียบ ทำให้การวิ่ง 2 วัน ในจังหวัดลำปาง ตูนไม่มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ชาวบ้านมาส่งเสียงเชียร์ตลอดเส้นทาง เพื่อให้กำลังใจทีมงานก้าวคนละก้าว รวมทั้งรวมกันบริจาคเงิน ส่งผลให้ขณะนี้ยอดเงินบริจาคอยู่ที่ 866 ล้านบาทแล้ว

ตอนนี้ก็เหลือประมาณอีกอึดใจเดียว คือ 335 กิโลเมตร เท่านั้น ที่จะวิ่งไปถึงอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หากวิ่งตามสเตปไปประมาณวันละ 50 กิโลเมตร หรือไม่เกิน 60 กิโลเมตร แบบนี้ ทีมวิ่งก็ประเมินว่าจะสามารถวิ่งได้อย่างสบายๆ ไปถึงเส้นชัยได้ ขณะเดียวกัน ยอดบริจาคต้องมองไปถึงหลักพันล้านบาทแล้ว เพราะว่าตอนนี้ 866 ล้านบาทแล้ว

แต่อย่างที่บอกไปว่าสภาพถนนของภาคเหนือ หากไม่ใช่นักวิ่งอาชีพ ถ้ามาวิ่งจริงๆ เหมือนกับตูน บอดี้สแลม ถือว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางปราบเซียนไม่น้อย เพราะเป็นทางขึ้นลงเนินเขา และหาก ตูน บอดี้สแลม วิ่งไปแบบนี้ และยังมีการหยุดรับเงินบริจาค 2 ข้างทาง นักวิ่งอาชีพก็บอกว่ามีความเสี่ยงที่ตูนจะได้รับบาดเจ็บได้

ตั้งแต่ก้าวแรกที่ “ตูน บอดี้สแลม” วิ่งเข้าสู่อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ก็ต้องเจอกับสภาพถนนเป็นเนินขึ้นลง-เขา ทำให้ทีมก้าวต้องปรับลดระยะทางให้ลดลง ให้เหลือเพียง 50 กิโลเมตร ต่อวัน จากปกติวิ่ง 60 – 70 กิโลเมตรต่อวัน เพื่อถนอมสุขภาพของตูน

หัวหน้าทีมสำรวจเส้นทางโครงการก้าวคนละก้าว ระบุว่า ตั้งแต่อำเภอสามเงา จังหวัดตาก อำเภอเถิน และอำเภอง้าว จังหวัดลำปาง นับเป็นเส้นทางขึ้นลงเขา ไม่ต่ำกว่า 200 กิโลเมตร ที่ทีมวิ่งต้องเจอกับอุปสรรค ดังนั้น เมื่อสำรวจเส้นทางเสร็จ ทีมแพทย์ นักวิ่ง จะต้องประชุมร่วมกันเพื่อประเมินความพร้อมในแต่ละวัน

แม้แต่นักวิ่งอาชีพ หรือ โค้ชออกกำลังกาย ยังยอมรับ ถนนภาคเหนือเป็นเส้นทางปราบเซียน หากไม่ได้ซ้อมวิ่งขึ้น – ลงบันไดมาก่อน ก็จะบาดเจ็บได้ง่าย และหากหยุดวิ่งรับเงินบริจาคในช่วงลงเนินก็มีความเสี่ยงที่ “ตูน บอดี้สแลม” จะได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากต้องหยุดกะทันหัน

หนึ่งในนักวิ่งและทีมเซฟตี้ทีมก้าวคนละก้าว เปิดเผยว่า การปรับระยะทางมาที่ 50 กิโลเมตรต่อวัน ทำให้ช่วยเซฟตูนได้มาก ขณะนี้นักวิ่งในทีมยังไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ มีเพียงปัญหาป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเท่านั้น ซึ่งไม่มีอะไรน่ากังวล

โค้งสุดท้าย 7 วัน ที่เหลือ ตูน มีเวลาพักเพียง 1 วันเท่านั้น และต้องเก็บระยะให้ได้อย่างน้อยกว่า 50 กิโลเมตร และห้ามบาดเจ็บระหว่างทาง เพื่อให้ไปถึงเส้นชัย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้

ขอขอบคุณ

ภาพ : ahakornsanook