Loading...

#ใจถึงพึ่งได้ของแท้!!! เฮียวัน จัดให้ ส่งคนคุ้มครองครอบครัวหญิงถูกชก ฟังเหตุผลแล้ว กราบหัวใจเลย!!!!




จากกรณีนายกฤตภาส รอดหลัก คนขับแท็กซี่ ที่ขับรถมารับลูกสาว 2 คน คือ น.ส.พานทอง (คนถ่ายคลิป) และน.ส.กชกร (คนที่ถูกทำร้าย) ถูกรถจักรยานยนต์ขี่มาชนท้าย ต่อมากลุ่มเพื่อนของคู่กรณีกลับมาเอาเรื่องนายกฤตภาส กล่าวหาว่าไปชนเพื่อนจนบาดเจ็บ ก่อนจะเข้ามาทำร้ายร่างกาย โดยผู้ก่อเหตุคือนายธนากร ภิรมย์ อายุ 23 ปี และนายณัฐวุฒิ รำพึงจิต อายุ 20 ปี



เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน นายกฤตภาส รอดหลัก น.ส.พานทอง รอดหลัก และน.ส.กชกร รอดหลัก หรือแก้ว ที่ถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกาย ได้เดินทางมาที่ศาล เพื่อฟังผลการยื่นคำร้องคัดค้านการขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสอง โดยศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสอง ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี



น.ส.พานทอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางครอบครัวรู้สึกหวาดกลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัย หลังจากเกิดเรื่อง น้องแก้วมีอาการหวาดผวา ร้องไห้นอนไม่หลับ ช่วงนี้เป็นช่วงการสอบของน้องที่มหาวิทยาลัย ค่อนข้างลำบาก เพราะตาได้รับบาดเจ็บ ทำให้อ่านหนังสือหรือทำข้อสอบลำบาก ไม่ใช่แค่มีแผลแตกที่ใต้ตา แต่ในลูกตาก็มีแผลฉีกขาดและได้รับการกระทบกระเทือนต่อการมองเห็นด้วย

น.ส.พานทอง กล่าวต่อว่า ในวันเกิดเหตุ พวกตนยังเดินไปช่วยเหลือคนเจ็บ เพราะกลัวเขาจะเป็นอะไรมาก แต่กลับได้รับการกระทำแบบนี้กลับมา ซึ่งตั้งแต่เริ่มต้น ตนเริ่มถ่ายวิดีโอเก็บไว้ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ และคิดว่าคงสามารถเก็บเป็นหลักฐานในวันข้างหน้าได้ ตอนแรกคิดแค่ว่าเก็บไว้เป็นหลักฐานช่วงรถชน แต่กลับได้ในช่วงที่ถูกทำร้ายด้วย

ด้านนายณัฐพงศ์ กลีบศรี อายุ 50 ปี ตัวแทนของนายวัน อยู่บำรุง เปิดเผยว่า ตนได้ยินมาว่าในวันพรุ่งนี้ทางครอบครัวของผู้ต้องหาจะยื่นคำร้องขอประกันตัวอีกครั้ง และตอนนี้จากที่สังเกตการณ์คิดว่าหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ทางครอบครัวผู้เสียหายจะไม่ได้รับความปลอดภัย เราจึงต้องยื่นขอคัดค้านการประกันตัว

นายณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีความคาดหวังว่ากระบวนการดำเนินคดีจะเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม ซึ่งคุณวัน อยู่บำรุง ได้ฝากฝังให้ดูแลครอบครัวของน้องให้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของทางครอบครัว เพราะเห็นแล้วว่าน้องถูกคุกคามและถูกทำร้ายมากเกินไป โดยจะจัดคนคอยคุ้มครองดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในคืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 01.00 น. ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ จึงรีบเดินทางไปถึงหลังเกิดเหตุเพียง 5 นาที ทราบว่ามีคนเจ็บ 2 คน และมีหน่วยกู้ภัยอีกทีมไปถึงก่อนแล้ว จึงช่วยกันปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ คนแรกซึ่งเป็นคนซ้อนรถจักรยานยนต์บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนคนขี่รถจักรยานยนต์ที่ได้รับบาดเจ็บหนักกำลังยืนปัสสาวะอยู่ริมถนน โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาคอยประคองอยู่ 2 คน จากที่เห็นภายนอกพบว่ามีบาดแผลที่ใบหน้า และเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก จึงนำผู้บาดเจ็บมาที่เตียงเคลื่อนย้าย

เจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวต่อว่า ไม่นานกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้บาดเจ็บก็มาถึง ส่วนครอบครัวของน้องแก้วก็ยังรออยู่ และยังแสดงความเป็นห่วงผู้บาดเจ็บด้วย กลุ่มเพื่อนที่มาใหม่ พอเห็นเพื่อนได้รับบาดเจ็บ จึงโมโห ตอนนั้นเริ่มเห็นเค้าลางว่าอาจจะเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้น ขณะนั้นตำรวจจราจรของสน.บางเสาธง ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา จึงมาจอดดู หลังจากนำตัวผู้บาดเจ็บส่งขึ้นรถเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล พวกเรากำลังจะกลับ เพราะหมดหน้าที่แล้ว อยู่ๆ นายดำผู้ก่อเหตุก็ตะโกนขึ้นมาว่า ใครคือคนขับรถแท็กซี่ แล้วคิดว่าเป็นเพราะคนขับรถแท็กซี่เบี่ยงเข้าซ้าย เพื่อจอดรับผู้โดยสาร จึงทำให้เพื่อนบาดเจ็บ ทั้งที่ยังไม่ทราบเรื่องอย่างแน่ชัด

เจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวอีกว่า ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งสอง พวกเราคาดว่าคนขับอาจจะดื่มมา เพราะตอนที่ไปปฐมพยาบาล คนขับก็หลับไปแล้ว แต่ยังตอบรับต่อสิ่งเร้าอยู่ เพราะเราคลึงไปที่หน้าอก คนเจ็บก็ยกมือขึ้นมาปัดป้อง คือยังไม่สาหัสมาก แต่ต้องรอผลตรวจจากโรงพยาบาลว่าดื่มสุรามาหรือไม่ จากที่ทราบคือผู้บาดเจ็บเพิ่งกลับจากงานฉลองรับปริญญามา นายดำที่กำลังอารมณ์ร้อนเพราะเพื่อนบาดเจ็บยังคงตามหาเรื่องครอบครัวของน้องแก้วอยู่ แล้วเริ่มจะเข้าถึงตัวคนทั้งสาม เจ้าหน้าที่อาสาหลายคนเข้าไปห้ามปรามนายดำและเพื่อน ตอนนั้นสังเกตเห็นว่าเพื่อนที่มาพร้อมกับนายดำหลายคนก็เข้ามาช่วยห้ามปราม พวกเราพยายามดึงนายดำออกมา แต่นายดำก็ยิ่งหาช่องจะไปหาคู่กรณีให้ได้

เจ้าหน้าที่กู้ภัย บอกต่อว่า เจ้าหน้าที่อาสาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ทำเต็มที่แล้ว ทั้งที่พวกเราไม่ได้มีหน้าที่ในส่วนนี้ แต่พวกเราทนดูไม่ได้ที่เห็นผู้หญิงถูกทำร้าย จึงอยู่ต่อสังเกตสถานการณ์ต่อ แม้จะหมดหน้าที่แล้ว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อาสา 2 คนได้รับบาดเจ็บในช่วงที่เข้าไปแยกนายดำออกไปด้วย พอน้องแก้วถูกทำร้าย ทางเจ้าหน้าที่อาสาจึงนำพ่อลูกทั้ง 3 คน ไปอยู่ในรถแท็กซี่ แต่นายดำและเพื่อนอีกคนยังเดินไปหาเรื่องและพยายามจะทำร้าย โดยถีบและทุบกระจกรถ จากนั้นแท็กซี่ก็ขับออกไป โดยนายดำและเพื่อนก็ขับรถตามไปด้วย จากนั้นตำรวจที่เราแจ้งไปก็เดินทางมาถึง สักพักนายดำก็ขับรถกลับมาและพูดคุยกับตำรวจ ก่อนจะให้เดินทางไปที่โรงพัก

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจปัสสาวะ และระดับแอลกอฮอล์ของผู้บาดเจ็บทั้งสอง ว่าได้ดื่มสุรามาหรือไม่ ซึ่งก็จะต้องนำผลมาพิจารณาประกอบคดีอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าผลจะออกภายใน 1 สัปดาห์