Loading...

#"หนิง ปณิตา" เปิดใจ! หลังมีข่าวสามีซุกกิ๊ก บอกเรื่องทั้งหมดตัวเองก็ผิด ไม่ใช่แค่ฝ่ายชายอย่างเดียว




หลังจากที่มีข่าวเม้าท์ออกมาว่ามีนางร้ายลูกหนึ่ง ถูกสามีสวมเขาแอบซุกเมียน้อย งานนี้ "หนิง ปณิตา" ก็เป็นอีก 1 ในนางร้ายที่ชาวเน็ตสงสัยว่าอาจจะใช่เธอคนนี้หรือเปล่าที่ถูกสามีสวมเขา

และในวันนี้สาวหนิงจึงเปิดใจถึงเรื่องกระแสข่าวเม้าท์ที่ถูกมองว่าเป็นนางร้ายที่โดนสามีสวมเขาว่า



"ในกรณีของข่าวที่ออกมา หนิงขอไม่ออกตัวพูดอะไรดีกว่า ณ วันนี้ในมุมของหนิงเอง หนิงจะดูแลทุกสิ่งที่อย่างให้ดีที่สุด

ในเรื่องของอนาคต หนิงไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น แต่วันนี้แค่หนิงคิดดีทำดี อะไรที่มันเคยผิดพลาด ในเรื่องของครอบครัว มันไม่ใช่เรื่องความผิดพลาดของฝ่ายชายอย่างเดียว มันก็จะต้องมีอะไรบางอย่างที่ตัวหนิงทำออกไป แล้วทำให้เค้าไปทำในสิ่งที่มันพลาด



คือหนิงก็ต้องกลับมามองตัวหนิงว่าเราก็มีส่วน เช่น เราไม่มีเวลาให้ เราเป็นลูกคนโต ก็ชอบจัดการทุกอย่าง แล้วเราก็มาจัดการชีวิตเค้า อะไรไม่ได้ดั่งใจเราก็จะหงุดหงิด ก็จะต้องมาปรับที่ตัวเรา

ในทุกวันนี้หนิงทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว ในมุมของหนิง แต่ในอนาคตอะไรจะเกิดอันนั้นหนิงไม่สามารถไปห้ามไม่ได้ ในวันนี้อะไรที่มันเคยพลาด หนิงปรับปรุง หนิงอาจจะไม่ได้ปรับปรุงและแก้ไขได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในเวลาสั้นๆ มันไม่มีหรอก มันอาจจะมีติดเรื่องเดิมๆ บ้าง แต่เราพยายามปรับปรุงได้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว



สำหรับจินเค้าก็คงเบื่อกับข่าวนี้ แต่อย่างที่บอก เราคุยกัน 2 คนว่าอย่าไปเบื่อหรือรู้สึกในมุมลบ บางทีการมีข่าวแบบนี้มันก็มีมุมบวก คือเวลาเราใช้ชีวิตหรือทำอะไร เราต้องเตือนสติตัวเองแล้วระวังตัวให้เยอะๆ เพราะการที่เราพลาดไปบางทีแค่นิดหน่อย คนที่ไม่เข้าใจก็ไปตีความซะกว้าง มันก็จะกลายเป็นจุดลบของตัวเอง และทุกอย่างมันก็ไม่ได้ไปตกที่ใครเลย มันไปตกที่ลูกเรา



เพราะในสังคมตอนนี้ข่าวในวงการบันเทิงมันไปอยู่ในโลกออนไลน์ เพราะฉะนั้นเวลาใช้ชีวิตต้องระวังและมีสติทุกขณะจิตทุกอย่าง ถ้าอะไรที่ไม่ดีมันจะไปตกที่ลูกเรา หนิงก็บอกเค้าอย่าไปเบื่อนะ มันเป็นสิ่งที่เอาไว้เตือนตัวเราว่าจะต้องระวังตัว ต้องรู้สึกว่าพยายามดูแลตัวเองให้ดี ให้เป็นคนดี

โชคดีที่จินคอยซัพพอร์ตและตามใจหนิงอยู่แล้ว เราจะคุยกันวันต่อวันว่าใครทำอะไร ใครส่งลูก เค้ารับลูก จะต้องคุยกันวันต่อวัน จะไม่ปล่อยให้ลูกเราไปไหนมาไหนกับคนอื่นโดยที่ไม่มีพ่อหรือแม่คนใดคนนึงอยู่ ถ้าเราสามารถอยู่ด้วยกัน 2 คนได้จะดีมาก แต่ในทุกตอนเช้าไม่ว่าจะดึกแค่ไหน ก็ต้องตื่นส่งลูกที่โรงเรียนด้วยกัน"

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก thairath,liekr