Loading...

#แม่สงสัย กลับจากรร. ลูกร้องไห้ทุกวัน แถมบอกไม่อยากไปแล้ว จึงใช้ปากกาอัดเสียง จึงได้รู้ความจริง แม่แทบรับไม่ได้




สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กว่าเด็กคนหนึ่งจะโตจนสามารถเข้าเรียนอนุบาลได้นั้น มันยากลำบากมากแค่ไหน แต่พอส่งไปหน้าโรงเรียนในวันแรก ภาพที่ลูกต้องจากอ้อมอกของแม่นั้นทำให้ แม่หลายคนทำใจไม่ได้ กังวลเป็นห่วงร้อยแปดพันเก้า กลัวว่าจะโดนเพื่อนรังแก นี่เป็นภาพแรกที่อยากจะลืมได้ ที่มณฑลหนานจิง ประเทศจีน มีคุณแม่คนหนึ่งหัวใส คิดวิธีหนึ่งได้ โดยเขาเอาปากกาบันทึกเสียง ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงของลูกสาว และแล้วก็ได้รู้ความจริง

ก่อนหน้าไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณแม่คนนี้เห็นลูกสาวหน้าบวมกลับมา เหมือนว่าจะร้องไห้มากเกินไป คุณแม่คนนี้จึงเข้าไปเพื่อจะปลอบโยนลูกสาว แต่ลูกสาวก็กลับบอกว่า “พรุ่งนี้หนูไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว” ตอนแรกคุณแม่คนนี้นึกว่าลูกสาวอาจจะไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ทำให้คุณแม่สังเกตพฤติกรรมของลูกมากขึ้น แต่ก็ส่งลูกไปโรงเรียนทุกวันเหมือนเดิม 1วันผ่านไป 2 วันผ่านไป หลังเลิกเรียนกลับมาลูกสาวก็ยังงอแงอยู่ ไม่เพียงเท่านี้ บางครั้งยังเผลอพูดออกมาว่า “คุณครูตีหนู เจ็บมาก หนูไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว” คำพูดนี้ทำเอาคุณแม่ถึงกับอึ้ง! และคิดว่าสงสัยลูกสาวคงถูกทารุณอะไรแน่ๆเลย รุ่งเช้าคุณแม่คนนี้จึงแอบเอาปากกาบันทึกเสียงใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกงของลูกสาว ก็เป็นจริงดังที่คิดไว้ หลังลูกสาวกลับมา คุณแม่ก็เปิดฟังเครื่องบันทึกเสียง ก็ได้ยินเสียงของคุณครูพูดว่า

“หุบปากเดี๋ยวนี้! ใครพูดมากก็จะไม่ได้กินข้าว ได้ยินหรือยัง หุบปาก แนะๆพูดแล้วยังจะมองหน้าอีก ไม่เคยเห็นปีกไก่หรือไง เอ้า ดูซะ!”

“ถึงปานนี้แล้วยังไม่นั่งอีกหรอ นั่งให้เรียบร้อย ร้องอีก ยังร้องอีก ร้องอยู่ได้ ยังจะกล้าร้องอีกไหม?” ในชั้นมีครู 2 คน คนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลของโรงเรียน ฟังจากเสียงแล้วน่าจะเป็นคุณครูอีกท่านที่กำลังพูดคุยกับเด็กนักเรียน โหดมาก บางทียังลงไม้ลงมือกับเด็กอีกด้วย

“บอกให้ใส่เสื้อผ้า ยังไม่รีบๆใส่อีก”

“เปี้ยะ (เสียงตี) ยังจะมาร้องอีก”

“เปี้ยะ (เสียงตี) ยังกล้าร้องไห้อีกไหม ถ้ายังร้องอีกก็ไสหัวออกไปเลย” เสียงตี ดังฟังชัดมาก ใครได้ยินก็รู้ว่ากำลังใช้มือตบตีเด็ก

เมื่อนำเสียงที่บันทึกได้ไปถามผู้อำนวยการโรงเรียน คุณครูคนนั้นก็รีบอกมาแก้ต่างว่า “เพราะเด็กซนมาก ควบคุมยากมาก ยอมรับว่าตนเองควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทั้งทางวาจาและพฤติกรรม ทั้งที่ตนเองไม่เคยตีเด็กมาก่อน เสียงตีที่ได้ยิน คือเสียงตีมือเด็ก ไม่ได้ตบหน้าเด็ก”

แต่ที่เกินกว่านั้นคือ ครั้งแรกที่แจ้งทางโรงเรียนให้ทราบ พวกเขากลับบอกว่าปกติที่โรงเรียนไม่มีกล้องวงจร ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าคุณครูตบตีเด็กจริงหรือไม่? ทำให้ไม่ได้ลงโทษคุณครูคนนั้นปล่อยให้เรื่องผ่านไปอย่างเงียบๆ คุณแม่ท่านนี้จึงโกรธมากแล้ว วันรุ่งขึ้นทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้ลูกทันที เพราะแม่คนนี้รู้สึกว่าโรงเรียนแห่งนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือจากข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำให้รู้เลยว่า แม่เป็นเหมือนทูตสวรรค์ที่คอยปกป้องลูกน้อยของตนเองอยู่ แม่คนไหนจะทนดูให้ลูกไปโรงเรียนแบบนั้นได้

ขอบคุณที่มา namprix